ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Review : Now You See Me 2

Review : Now You See Me 2
Score : 8/10

"เจ๋งกว่าภาคแรก ยิ่งใหญ่กว่าภาคแรก ยอดเยี่ยมกว่าภาคแรก
จตุรอาชาหวนคืนสู่เวทีอีกครั้งแล้ว!!!"


เรื่องย่อ : 1 ปีหลังจากเหตุการณ์ในภาคที่แล้วที่เหล่า 'กลุ่มจตุรอาชา' ได้ร่วมกันชิงไหวชิงพริบเอาชนะเจ้าหน้าที่ FBI ได้สำเร็จ รวมไปถึงยังได้รับเสียงชื่นชมและคำสรรเสริญจากเหล่าผู้คนมากมายถึงความชาญฉลาดของพวกเขา ... กลับมาในครั้งนี้พวกเขาก็จะขอแท็กทีมร่วมกันทำภารกิจสุดยิ่งใหญ่เหมือนเช่นเคย แต่คราวนี้จะต้องเจอศัตรูตัวฉกาจรายใหม่ที่มีฝีมือยอดเยี่ยมและทัดเทียมไม่แพ้พวกเขา นี่จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปล้นครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่และอันตรายกว่าเดิมหลายเท่าตัว!

- ด้านเนื้อเรื่อง ดูมีความซับซ้อนมากกว่าภาคแรก ผูกเรื่องได้โอเค แม้บางจุดยังดูแล้วงงๆ อยู่ มีความบันเทิงมากขึ้น หลอกคนดูเป็นว่าเล่นตามสไตล์มายากล พอเฉลยปุ๊บ แบบว่า เฮ้ย! ขนาดฉากปกติก็ยังหลอกเราได้ ยอมรับว่าเจ๋งมากขึ้นจริงๆ แม้จะวางพล็อตเรื่องซับซ้อน แต่ก็ไม่ได้ซับซ้อนมาก ดูแล้วเข้าใจได้ง่าย ไม่ต้องดูภาคแรกก็รู้เรื่องได้ เพราะจะมีเกริ่นไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

- ไม่คิดว่า ผู้เขียนบทจะสามารถหาวิธีสร้างเรื่องราวต่อได้แบบยิ่งใหญ่กว่าเดิมอีก ตอนแรกก็แอบกังวลว่าจะไปรอดไหม? ท้ายสุด พอมาดูด้วยตาตัวเอง กลับชอบกว่าภาคแรกในหลายๆ ส่วน เลยครับ ส่วนบทของ Henley ที่รับบทโดย Isla Fisher ตอนแรกก็สงสัยว่าจะเขียนยังไงว่า ตัวละครนี้หายไปไหน พอมาดูเท่านั้นแหละครับ มันดูแถๆ แต่ก็ถือว่าเมคเซนส์อยู่ครับ

- เล่นปมอดีตพร้อมล้างแค้นเยอะมาก ต่อจากภาคก่อนหน้า แต่ดูแล้วสนุก ไม่น่าเบื่อเลย เอาคืนกันไปเอาคืนกันมา หลอกกันไปหลอกกันมา เป็นมายากลจริงๆ

- ทริคมายากลต่างๆ ดูสมจริงขึ้นตามที่โปรโมทออกมาจริงๆ ครับ เน้นเล่นจริงให้มากที่สุด ใช้ CG ช่วยให้น้อยที่สุด ความว้าวในตอนโชว์ลดลงจากภาคแรกหน่อย แต่ตอนเฉลยนี่ทึ่งยิ่งกว่าภาคแรก ขยายขอบเขตการเล่นกลใหญ่ขึ้น แล้วสามารถเล่นใหญ่ได้จริงๆ ครับ ชอบตอนที่ Mark Ruffalo พ่นไฟนี่แหละครับ เป็นอะไรที่โคตรเจ๋งเลย ที่ซุ่มฝึกมาก่อนเข้าฉาก ถือว่าเจ๋งมาก มายากลส่งไพ่ก็เจ๋งไม่แพ้กันครับ นักแสดงต่างรับส่งกันดีมาก ทั้งในด้านแสดงและด้านการเล่นมายากลเลย

- ด้านนักแสดง สำหรับนักแสดงที่อยู่มาตั้งแต่ภาคแรก ต่างก็มีเอกลักษณ์ในคาแรคเตอร์ของตัวเองอยู่แล้ว เว้น Henley ไว้ตัวละครนึง ที่ไม่ค่อยได้โชว์ของ ทำให้โดดเด่นเท่าไร ในส่วนของตัวละครใหม่ Lula ที่รับบทโดย Lizzy Caplan และ Walter ที่รับบทโดย Daniel Radcliffe ต่างสร้างเอกลักษณ์ของตัวละครได้โดดเด่นมาก โดยเฉพาะ Lula ตัวละครโดดเด่นกว่า Henley ในภาคแรกเยอะ จำนางได้เกือบมากที่สุดล่ะ ตอนนี้ 55555+

- ส่วน Jay Chou ถือว่าก็มีบทพอตัวครับ ซึ่งถ้าเทียบบทพูดกับ Lana Condor นักแสดงผู้รับบท Jubilee ใน X-MEN : Apocalypse ก็ถือว่า Jay Chou มีบทพูดเยอะกว่าครับ มาอย่างเจ๋งแต่เสียดายไม่ค่อยได้โชว์ของเท่าไร ถ้ากั๊กไว้ภาคหน้า ก็ขอให้เต็มที่เลยล่ะกัน

โดยรวมถือว่า เป็นภาพยนตร์ที่สามารถดูเพลินฆ่าเวลาได้ เล่นใหญ่กว่าภาคแรกขึ้นเยอะ มีติดๆ ขัดๆ บ้างนิดหน่อย แต่ยังไงก็ถือว่าโอเคเลยครับ แนะนำให้ไปรับชมกัน ภาพยนตร์เข้าฉายวันพฤหัสนี้แล้ว

สุดท้ายนี้ก็ต้องขอขอบคุณบัตรชมภาพยนตร์รอบพิเศษจากทาง MONGKOL MAJOR ด้วยนะครับ ที่ให้ไปรับชมภาคต่อของอาชญากลปล้นโลก

Review By : T.J. @ T.J. MOVIE REVIEW

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Review : Detective Conan EPISODE “ONE”

Review : Detective Conan EPISODE “ONE” Score : 8.5/10 "เสริมเนื้อเรื่องได้ดี ดูเพลิน สนุกมาก ตัวละครมากันพร้อมหน้า ใครที่เป็นแฟนโคนันฟินแน่..." “ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน EPISODE “ONE” กำเนิดยอดนักสืบจิ๋ว” เป็นอนิเมะตอนพิเศษที่นำเอาตอนที่ 1 ของโคนัน มาขยายเรื่องราวเพิ่มขึ้น ว่าตัวละครแต่ล่ะตัว ทำอะไรอยู่ที่ไหนอย่างไรบ้าง และมีเนื้อเรื่องบางส่วนที่ขยายเรื่องราวนอกจากตอนที่ 1 มาด้วย ซึ่งฉายไปเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมาในประเทศญี่ปุ่น และบ้านเราก็ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 22 ธันวาคม ครับ แต่ก่อนหน้านั้น ก็สามารถชมได้ทาง iFlix ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม ถือว่า ฉายห่างจากญี่ปุ่นแค่ประมาณ 1-2 อาทิตย์เอง

Review : LIFE [2017]

Review : LIFE [27/2017] Score : 8/10 "สุดๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ แม้จะเป็นสูตรสำเร็จตามสไตล์หนัง Alien เดาได้หลายฉาก แต่ก็สะพรึงอยู่ดี หักมุมตั้งแต่ต้นจนจบ โคตรชอบ!" เรื่องย่อ : ภารกิจของ 6 นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติ ที่สร้างการค้นพบครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ โดยค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารเป็นครั้งแรก แต่เมื่อพวกเขาเก็บข้อมูลเพื่อนำไปวิจัย ผลลัพธ์ที่ออกมากลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด แถมค้นพบเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ฉลาดเกินกว่าใครจะจินตนาการ

掟上今日子の備忘録。(Okitegami Kyoko no Biboroku) สมุดบันทึกความทรงจำของ โอคิเตะงามิ เคียวโกะ

            ก่อนจะเริ่มต้นวิจารณ์หรือวิเคราะห์ดีล่ะ เลือกไม่ถูก ถ้างั้นใช้เป็นว่า วิเคราะห์ น่าจะเหมาะสมที่สุดล่ะ ต้องขอบอกก่อนว่า ไม่ได้ตามดูซีรี่ส์จากทางฝั่งญี่ปุ่นมานานมากประมาณเกือบ 3 ปีได้ หลังจากซีรี่ส์ “Ando Lloyd - A.I. Knows Love ?” แล้วช่วงนี้ประจวบเหมาะกับไม่มีอะไรดู (เหรอ ? ) เลยลองมานั่งหาซีรี่ส์จากทางญี่ปุ่นดูบ้าง เปลี่ยนแนวจากที่ปกติเดิมจะดูแต่ซีรี่ส์ภาพยนตร์จากทางอเมริกาซะส่วนใหญ่ และ Okitegami Kyoko no Biboroku. เพื่อนก็แนะนำมาตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วก่อนซีรี่ส์จะจบด้วยซ้ำ (ตอนนั้น ฉายไป 8 ตอน ซีรี่ส์มีทั้งหมด 10 ตอน) เขาดูกันไปจะเกือบปีล่ะ ตัวเองพึ่งจะมานั่งดู หยิบขึ้นมาดูเท่านั้นแหละ กลายเป็นติดใจจนเลิกดูไม่ได้ นั่งดูอยู่บนห้องมันทั้งวันนี่แหละครับ ฮา