ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Review : I AM A HERO

Review : I AM A HERO
Score : 8.5/10

"มันส์โคตรๆ แอ็คชั่นไม่มีกั๊ก ดีเกินความคาดหมาย
พล็อตแหวกแนวสุด ผลาญพลังงานมาก ดูจบแล้วหิวข้าว"


เรื่องย่อ : เมื่อไวรัส ZQN แพร่ระบาดทั่วญี่ปุ่นจนทำให้ประชากรกลายร่างเป็นซอมบี้ ชายธรรมดาที่เป็นแค่ผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูนนามว่า ฮิเดโอะ ซูซุกิ ผู้มาพร้อมกับปืนลูกซองคู่ใจ จึงทำทุกวิถีทางในการกอบกู้วิกฤตการณ์ครั้งนี้ เพื่อพิสูจน์นิยามของคำว่า ฮีโร่ ให้ได้

- ตัวเรื่อง เป็นหนังซอมบี้ที่พล็อตก็ไม่ต่างอะไรกับหนังซอมบี้ทั่วไปมากเท่าไรนัก แต่มีจุดนึงที่ต่างก็คือตรงตัวซอมบี้นี่แหละครับ ส่วนใหญ่ซอมบี้จะไร้ความรู้สึก, ไร้จิตสำนึก แต่เรื่องนี้ซอมบี้จะยึดติดอยู่กับอดีต ยังสามารถพูดได้ มีสติอยู่บ้าง สกิลซอมบี้แต่ล่ะตัว ต่างไปตามอดีตจริงๆ จะยึดติดกับอดีตที่เคยเป็นมา และความดิบเถื่อนยังคงอยู่ครบเช่นเคย ซึ่งถือว่าเจ๋งดีครับ ได้เห็นอะไรแปลกๆ แหวกๆ แนว จากหนังซอมบี้ทั่วไปจริงๆ

- พูดถึงตัวละครมนุษย์ก็มีข้อติหน่อย คือหนังเน้นที่ตัวพระเอกคนเดียวเลยจริงๆ แทบไม่เกลี่ยบทให้ตัวละครอื่นเลย ทั้งๆที่ตัวละครหลายตัวก็น่าสนใจ แต่ไม่มีบทให้แสดงความน่าสนใจนั้นออกมาให้คนดูเห็นเลย ถึงมีก็มีน้อยมากๆ จนดูเหมือนว่าตัวละครพวกนี้ไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากแค่เป็นผู้ที่ให้พระเอกคอยปกป้องซะมากกว่า

- เนื้อเรื่องหลักๆ ยังมีบางส่วนที่ยังดูแล้วไม่ค่อยเคลียร์เท่าไร เหมือนจะเก็บเอาไว้เล่าในภาคต่อ (ถ้าได้มีสร้างต่อล่ะก็นะ)

- จังหวะการเล่าเรื่องดี ฉากที่เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมาก ก็จะสบายๆ แต่พอลงหนัก ฉากเอาตัว, ฉากแอ็คชั่น โคตรจะจัดเต็มความมันส์แบบเต็มสูบ ผ่อนเบาลงหนักได้อย่างมีจังหวะจริงๆ ก่อนดูที่กินข้าวไป ย่อยหมดกับเรื่องนี้เลย เผาผลาญพลังงานได้ดีมากครับ

- งาน CG จัดว่าโอเคเลยครับ สำหรับค่ายโทโฮ แหวะเหมือนตอนดูไททันและ Spec ไม่เนียนมาก แต่จัดว่าเก็บรายละเอียดได้ดีแบบสุดๆ เลยครับ ดูแล้วยังติดตาอยู่เลย

- เพลงประกอบช่วยบิ๊วท์อารมณ์ให้ลุ้นระทึกมากยิ่งขึ้น สร้างอารมณ์ร่วมกับเหตุการณ์ได้รัวๆ โดยเฉพาะฉากแอ็คชั่น, ฉากเอาตัวรอดนี่ยิ่งสุดๆ เลย ตอนใช้เพลงลิขสิทธิ์ก็เช่นเดียวกัน อาจจะดูไม่ค่อยเข้าเท่าไร แต่จัดว่าโอเคอยู่ครับ

- พากย์ไทย ได้ทีมพันธมิตรมาพากย์ให้ จัดว่าดีเลยทีเดียว เพราะตัวเนื้อเรื่องลงหนักแบบเต็มสูบมาก ได้พันธมิตรมาช่วยเพิ่มความฮาและคลายเครียดได้โอเคอยู่ แม้มุกจะเกินๆ ไปตามสไตล์ แต่ก็ถือว่าลงตัวครับ คลายความเครียด พร้อมสร้างความบันเทิงได้ดีจริงๆ

สุดท้ายนี้ก็อยากจะบอกว่า ไปดูเถอะครับ คุ้มค่าตั๋วจริงๆ ส่วนตัวไม่ใช่แฟนหนังซอมบี้สักเท่าไร แต่เรื่องนี้ขอแนะนำเลยจริงจังครับ ตอนดูจบเหมือนอย่างกะดู "Mad Max : Fury Road" มาก โดนสูบพลังงานไปเยอะ ออกจากโรงมาต้องหาข้าวกินแบบจริงจังเลย

ก็ต้องขอขอบคุณบัตรชมรอบพิเศษสุดมันส์, ระทึก ในครั้งนี้จากทาง M Pictures ด้วยจริงๆ ครับ

และสุดท้ายของท้ายที่สุด นางเอกเล่นแข็งมากครับ ถ้าอยากรู้ว่า เล่นแข็งยังไงไปลองชมกันดูครับ

"I AM A HERO : ข้าคือฮีโร่" เปิดรอบพิเศษ 30 มิถุนายน - 6 กรกฎาคม เวลา 20:00 น. เป็นต้นไป 
ฉายจริง 7 กรกฎาคม นี้ ในโรงภาพยนตร์

Review By : T.J. & The Doctor @ T.J. Movie Review

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

Review : Detective Conan EPISODE “ONE”

Review : Detective Conan EPISODE “ONE” Score : 8.5/10 "เสริมเนื้อเรื่องได้ดี ดูเพลิน สนุกมาก ตัวละครมากันพร้อมหน้า ใครที่เป็นแฟนโคนันฟินแน่..." “ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน EPISODE “ONE” กำเนิดยอดนักสืบจิ๋ว” เป็นอนิเมะตอนพิเศษที่นำเอาตอนที่ 1 ของโคนัน มาขยายเรื่องราวเพิ่มขึ้น ว่าตัวละครแต่ล่ะตัว ทำอะไรอยู่ที่ไหนอย่างไรบ้าง และมีเนื้อเรื่องบางส่วนที่ขยายเรื่องราวนอกจากตอนที่ 1 มาด้วย ซึ่งฉายไปเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมาในประเทศญี่ปุ่น และบ้านเราก็ได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันที่ 22 ธันวาคม ครับ แต่ก่อนหน้านั้น ก็สามารถชมได้ทาง iFlix ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม ถือว่า ฉายห่างจากญี่ปุ่นแค่ประมาณ 1-2 อาทิตย์เอง

Review : LIFE [2017]

Review : LIFE [27/2017] Score : 8/10 "สุดๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ แม้จะเป็นสูตรสำเร็จตามสไตล์หนัง Alien เดาได้หลายฉาก แต่ก็สะพรึงอยู่ดี หักมุมตั้งแต่ต้นจนจบ โคตรชอบ!" เรื่องย่อ : ภารกิจของ 6 นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติ ที่สร้างการค้นพบครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ โดยค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารเป็นครั้งแรก แต่เมื่อพวกเขาเก็บข้อมูลเพื่อนำไปวิจัย ผลลัพธ์ที่ออกมากลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด แถมค้นพบเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่ฉลาดเกินกว่าใครจะจินตนาการ

掟上今日子の備忘録。(Okitegami Kyoko no Biboroku) สมุดบันทึกความทรงจำของ โอคิเตะงามิ เคียวโกะ

            ก่อนจะเริ่มต้นวิจารณ์หรือวิเคราะห์ดีล่ะ เลือกไม่ถูก ถ้างั้นใช้เป็นว่า วิเคราะห์ น่าจะเหมาะสมที่สุดล่ะ ต้องขอบอกก่อนว่า ไม่ได้ตามดูซีรี่ส์จากทางฝั่งญี่ปุ่นมานานมากประมาณเกือบ 3 ปีได้ หลังจากซีรี่ส์ “Ando Lloyd - A.I. Knows Love ?” แล้วช่วงนี้ประจวบเหมาะกับไม่มีอะไรดู (เหรอ ? ) เลยลองมานั่งหาซีรี่ส์จากทางญี่ปุ่นดูบ้าง เปลี่ยนแนวจากที่ปกติเดิมจะดูแต่ซีรี่ส์ภาพยนตร์จากทางอเมริกาซะส่วนใหญ่ และ Okitegami Kyoko no Biboroku. เพื่อนก็แนะนำมาตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วก่อนซีรี่ส์จะจบด้วยซ้ำ (ตอนนั้น ฉายไป 8 ตอน ซีรี่ส์มีทั้งหมด 10 ตอน) เขาดูกันไปจะเกือบปีล่ะ ตัวเองพึ่งจะมานั่งดู หยิบขึ้นมาดูเท่านั้นแหละ กลายเป็นติดใจจนเลิกดูไม่ได้ นั่งดูอยู่บนห้องมันทั้งวันนี่แหละครับ ฮา